ข้อมูลบริษัท

บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) (“MACO”) จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2531 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 600,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาและบันเทิง มุ่งเน้นงานโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out of Home media: OOH) ในระยะแรกบริษัทดำเนินการผลิตและให้บริการสื่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (Billboard) ต่อมาได้นำเทคโนโลยีที่เรียกว่าป้ายไตรวิชั่น (Tri Vision) ซึ่งใช้เทคนิคการพลิกแท่งปริซึมให้เกิดภาพโฆษณา 3 ภาพใน 1 ป้าย มาประยุกต์ใช้งานบนป้ายโฆษณาหลายหลายขนาด ตามรูปแบบการโฆษณา สถานที่ติดตั้งและความต้องการของลูกค้า

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2546 บริษัท ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัด เป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 125 ล้านบาท และประสบความสำเร็จในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “MACO” จากนั้นย้ายเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2556 ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์

ตลอดระยะเวลามากกว่า 28 ปี MACO ได้ให้บริการสื่อโฆษณาด้วยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เครือข่ายสื่อที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงในทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ ด้วยแนวคิด Smart, Creative & Innovative ตอกย้ำความเป็น “The Leader in Creative & Innovation OHM Solution Provider. ของเมืองไทย

ปี 2559
  • พฤษภาคม
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 บริษัท วีจีไอโกลบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน) (“VGI”) ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมของบริษัท จำนวน 375.0 ล้านหุ้น (หรือ 12.46%) ทำให้ปัจจุบัน VGI มีสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัททั้งสิ้น 1,126 ล้านหุ้น (หรือ 37.42%)
  • สิงหาคม
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 Green Ad บริษัทย่อยซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าลงทุนใน บริษัท มัลติ ไซน์ จำกัด (“Multi Sign”) ในสัดส่วน 70% รวมมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น ไม่เกิน 439 ล้านบาท Multi Sign เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณากลางแจ้ง ประเภทป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีจำนวนป้ายโฆษณาทั้งสิ้น 862 ป้าย การลงทุนในครั้งนี้ทำให้บริษัทมีป้ายโฆษณามากกว่า 2,000 ป้ายครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย กลายเป็นผู้ให้บริการในตลาดสื่อโฆษณากลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  • กันยายน
    • 21 กันยายน 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 334 ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์ 0.10 บาทต่อหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ Ashmore OOH Media Limited (“Ashmore OOH Media”) ในราคาขายหุ้นละ 1.28 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 427.5 ล้านบาท
    • 28 กันยายน 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท Green Ad อนุมัติการเพิ่มทุนเพื่อจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น จำนวน 99 ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์ 5 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 495 ล้านบาท ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้ Green Ad จะมีหุ้นสามัญจดทะเบียนทั้งสิ้น 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากทุนจดทะเบียนเดิมที่ 5 ล้านบาท
  • ตุลาคม
    31 ตุลาคม 2559 บริษัทนำหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 334 ล้านหุ้น เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น
ปี 2558
  • เมษายน
    บริษัทได้ขยายเครือข่ายสื่อในตลาดต่างประเทศ โดยจัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ บริษัท มาโก้ เอาท์ดอร์ จำกัด (“Maco Outdoor”) ประเทศมาเลเซีย ต่อมา Maco Outdoor เข้าลงทุน 40% ของหุ้นทั้งหมด (หรือ 1.8 ล้านบาท)ในบริษัท อายบอล ชาแนล จำกัด (Eyeball Channel) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้านในประเทศมาเลเซีย
  • กรกฎาคม
    • บริษัทได้ขยายเครือข่ายสื่อในตลาดต่างประเทศ โดยจัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ บริษัท มาโก้ เอาท์ดอร์ จำกัด (“Maco Outdoor”) ประเทศมาเลเซีย ต่อมา Maco Outdoor เข้าลงทุน 40% ของหุ้นทั้งหมด (หรือ 1.8 ล้านบาท)ในบริษัท อายบอล ชาแนล จำกัด (Eyeball Channel) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้านในประเทศมาเลเซีย
    • บริษัท จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท แม็กซ์ ครีเอทีฟ จำกัด ในมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.54 ล้านบาท
ปี 2557
  • พฤษภาคม
    12 พฤษภาคม 2557 บริษัท วีจีไอโกลบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน) (“VGI”) ได้ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาโดยการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท ในจำนวน 751 ล้านหุ้น หรือ 24.96% ของหุ้นทั้งหมด และเปลี่ยนสภาพเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท หลังการควบรวมกิจการทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญสื่อโฆษณาที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ทั้งสองบริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการให้บริการเครือข่ายสื่อโฆษณาแบบครบวงจรภายในประเทศและอาเซียนได้เป็นอย่างดี
  • กันยายน
    • 26 กันยายน 2557 บริษัท เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิม หุ้นละ 1.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.1 บาท ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยราคาหุ้นใหม่ซึ่งปรับตามการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้นั้น เริ่มซื้อขายตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2557
    • บริษัท ได้ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิฯ MACO-W1 จำนวน 752.2 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามอัตราส่วนของผู้ถือหุ้น ในอัตราส่วนจำนวน 4 หุ้นสามัญ ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ (4:1) ที่ราคาพาร์ 0.10 บาทต่อหุ้น เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินในการดำเนินโครงการต่างๆในอนาคต และเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทเป็น 376.1 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิฯ โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ MACO-W1 เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557
  • ตุลาคม
    บริษัท เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในสัดส่วน 49% ในบริษัท กรีนแอด จำกัด (“Green Ad”) รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 0.8 ล้านบาท Green Ad เป็นผู้ให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อป้ายโฆษณาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นทั้งสิ้น 100% ใน Green Ad
  • พฤศจิกายน
    บริษัท มาสเตอร์ แอนด์ มอร์ จำกัด (“Master & More”) บริษัทย่อยของบริษัท ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท โอเพ่น เพลย์ จำกัด (“Open Play”) จำนวน 4.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 80% ของหุ้นทั้งหมด Open Play เป็นบริษัทซึ่งได้รับสิทธิในการบริหารจัดการพื้นที่สื่อโฆษณาในสถานีบริการน้ำมันทั้งพื้นที่ด้านในและบริเวณทางออกของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. Jiffy ทั่วประเทศ
  • ธันวาคม
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 บริษัท แต่งตั้งให้ VGI เป็นตัวแทนขายสื่อโฆษณาขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ตามท้องถนน (Street Furniture) ให้กับบริษัทเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 - 2560 โดยครอบคลุมสื่อโฆษณา หลากหลายประเภท ได้แก่ สื่อโฆษณาซึ่งติดตั้งบริเวณเสาตอม่อใต้สถานีรถไฟฟ้า (City Vision BTS) สื่อโฆษณาซึ่งติดตั้งบริเวณเสาตอม่อสะพานข้ามแยกสำคัญ ในกรุงเทพมหานคร (City Vision Flyover) สื่อโฆษณาซึ่งติดตั้งบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วน (City Grip Light Express) และสื่อโฆษณาในพื้นที่ของสถานีขนส่งหมอชิตใหม่
ปี 2556
  • เพิ่มการลงทุนในบริษัท อิงค์เจ็ท อิมเมจเจส (ประเทศไทย) จำกัดโดยการซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 10,000 หุ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 33.33% เป็น 50%
  • ขายหุ้น บริษัท เทคอะลุค จำกัด ทั้งหมด จำนวน 3,333,334 หุ้น ให้กับ บริษัท สามารถ มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งมีผลให้บริษัท เทค อะ ลุค จำกัด ไม่มีสถานะเป็นบริษัทร่วมของ มาสเตอร์ แอด อีกต่อไป
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 174,999,563 บาท เป็น 300,898,530 บาท ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 300,896,950 บาท
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) ได้รับ รางวัลชมเชย องค์กรโปร่งใส ประจำปี 2556 (NACC Integrity Awards 2012) ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ป.ป.ช.
  • ย้ายจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2556 อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ หมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Asia's 200 Best Under a Billion ซึ่งได้มาจากการค้นหาสุดยอดบริษัทจาก 900 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีมียอดขายตั้งแต่ 5 ล้าน - 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีการเติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิโดดเด่นติดต่อกันเป็นปีที่สอง
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) ได้รับรางวัล รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Performance Awards) จากงาน SET Awards 2013 ในส่วนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และวารสารการเงินการธนาคาร เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ติดต่อกันเป็นปีที่สอง
ปี 2555
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 125,000,000 บาท เป็น 175,000,000 บาท ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 174,999,563 บาท
  • ปรับปรุงรูปแบบสื่อ City Vision BTS จำนวน 20 สถานี รวม 188 ป้ายให้มีรูปแบบที่ทันสมัยเพื่อสร้างความโดดเด่น และเพิ่มมูลค่าให้กับสื่อโฆษณา และตัวสินค้า
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Asia's 200 Best Under a Billion ซึ่งได้มาจากการค้นหาสุดยอดบริษัทจาก 900 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มียอดขายตั้งแต่ 5 ล้าน - 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีการเติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิโดดเด่น
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด(มหาชน) ได้รับรางวัล 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Awards) และ รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม (Best Performance Awards) จากงาน SET Awards 2012 ในส่วนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และวารสารการเงินการธนาคาร เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555
ปี 2554
  • ร่วมลงทุนกับ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท บริษัท แม็กซ์ ครีเอทีฟ จำกัด เพื่อให้บริการ และรับจ้างผลิตสื่อโฆษณา และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ทั้งภายในและภายนอกที่อยู่อาศัย โดยมีทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท แบ่งออกเป็น 50,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 50% และ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 50 %
  • ร่วมกับ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและบริษัท ดีไซน์ 103 จำกัด จัดตั้งนิติบุคคลร่วมค้า ในนาม กิจการร่วมค้า อินเด็กซ์ ดี103 มาร์โก้ เพื่อรับการว่าจ้างจาก กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการ ออกแบบ จัดทำ ปรับแต่งพื้นที่ จัดแสดง นิทรรศการของประเทศไทยในงาน “Yeosu International Exposition 2012” ณ เมือง ยอซู สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 12 พฤษภาคม 2555 ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2555 สัดส่วนการลงทุน 20%
  • บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล SET Awards ด้านการรายงานบรรษัทภิบาลดีเยี่ยม (Top Corporate Governance Report Awards) ประเภทบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่มีคะแนนด้านการรายงานบรรษัทภิ บาลสูงสุด จากงาน SET Awards 2011
ปี 2553
  • ซื้อหุ้นของ บริษัท มาสเตอร์ แอนด์ มอร์ จำกัด จาก บจก.เคลียร์ แชนแนล แปซิฟิค พีทีอี ลิมิ เต็ด จำนวน 650,000 หุ้น ทำให้บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท มาสเตอร์ แอนด์ มอร์ จำกัด จำนวน 2,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 100%
  • ร่วมลงทุนกับบริษัท วีบิ๊ก จำกัด จัดตั้ง บริษัท กรีน แอด จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจ ให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาแผงผนังต้นไม้ ทั้งภายนอกและภายในที่อยู่อาศัย โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000. บาท แบ่งออกเป็น 1,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และ บริษัท วีบิ๊ก จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 49 %
ปี 2552
  • บริษัทมุ่งเน้นขยายตลาดและฐานลูกค้าโดยสร้างมูลค่าเพิ่มและ นวัตกรรมด้านบริการในสื่อโฆษณาใหม่ๆ และกิจกรรมส่งเสริมการ ตลาดและบันเทิง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพบริการและสื่อ โฆษณาที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบันให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความพึง พอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและ ต่างประเทศ
  • ปรับเปลี่ยนมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2000 เป็น ISO 9001:2008 เพื่อให้การปฎิบัติมีความชัดเจนมากขึ้น และสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับงานขององค์กรได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • พัฒนาบุคลากรขององค์กร เพื่อเป็นองค์กรชั้นนำภายใต้สโลแกน Total Solution Provider
ปี 2551
  • บริษัท ไรท์ซายน์ โอเอ็นเอ็ม สวีเดน จำกัด ได้จำหน่ายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่จำนวน 100,000 หุ้น ให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่อย่างไรก็ตาม บริษัท มาโก้ไรท์ซายน์ จำกัด ยังคงได้รับสิทธิในการเป็น ผู้ผลิตสื่อไตรวิชั่นโดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศสวีเดน เช่นเดิม
ปี 2548
  • เพิ่มตามสัดส่วนการลงทุนในบริษัท เทค อะ ลุค จำกัด จากการ เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มและเพิ่มทุนจาก 25 % เป็น 33.33 % ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
ปี 2546
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 125,000,000 บาท และทำการแปรสภาพ เป็นบริษัทมหาชน เพื่อเตรียมพร้อมในการเสนอขายหลักทรัพย์ ต่อประชาชนทั่วไป และนำบริษัทเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ MAIและทำการกระจายหุ้นไปยังนักลงทุนครั้งแรกในวันที่ 29 กันยายน 2546
  • ร่วมลงทุนกับบริษัท ไรท์ ซายน์ โอเอ็นเอ็ม สวีเดน เอบี ประเทศ สวีเดน เพื่อจัดตั้งบริษัท มาโก้ ไรท์ ซายน์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ในการลงทุนบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80 การ ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท มาโก้ ไรท์ ซายน์ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประกอบธุรกิจในการผลิตอุปกรณ์ ไตรวิชั่น โดยส่งผลประโยชน์ ให้บริษัท มาสเตอร์แอด จำกัด (มหาชน) สามารถลดต้นทุนจาก การนำเข้ากลไกการขับหมุนระบบไตรวิชั่นจากต่างประเทศได้ถึง 50% รวมทั้งเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และเพิ่มสัดส่วนรายได้ของ บริษัท
  • ซื้อหุ้นของบริษัท แลนดี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด โดยเข้าไปถือหุ้นใน สัดส่วน 48.87% ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าไปถือหุ้น คือการ ใช้ประโยชน์จากโครงการใหม่ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 19
  • ร่วมลงทุนในบริษัท เทค อะ ลุค จำกัด โดยเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 25 %
ปี 2545
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเป็น 100,000,000 บาท
  • เริ่มนำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2000 เข้ามาใช้ในการ บริหารงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 จากสถาบัน United Registrar of Systems Limited (URS) ประเทศอังกฤษเป็นรายแรก ภายใต้สโลแกน “สร้างสรรค์สื่อยึดถือ คุณภาพ”
ปี 2539-2544
  • ขยายการดำเนินธุรกิจไปยังสื่อป้ายโฆษณาประเภทอื่นๆ เพื่อเพิ่ม ทางเลือกให้กับลูกค้า เช่น สื่อป้าย โฆษณา Dyna Vision, Focus Display, City vision, Balloon, Airship เป็นต้น
ปี 2539
  • ร่วมลงทุนกับบริษัท อิงค์เจ็ท อิมเมจเจส (เอ็ม) เอสดี เอ็น บีเอชดี จำกัด จากประเทศมาเลเชีย เพื่อจัดตั้งบริษัท อิงค์เจ็ท อิมเมจเจส (ประเทศไทย) จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจรับผลิตภาพ ในระบบคอมพิวเตอร์อิงค์เจ็ท เพื่อใช้สำหรับงานผลิตสื่อป้าย โฆษณาทั้งภายนอกและภายในอาคารหลายรูปแบบ
  • ร่วมลงทุนกับบริษัท เคลียร์ ชาแนล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตสื่อป้ายโฆษณาชั้นนำจากประเทศอังกฤษ เพื่อจัดตั้งบริษัท มาสเตอร์ แอนด์ มอร์ จำกัด โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 คิดเป็นเงินลงทุน 10.20 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบ ธุรกิจผลิตสื่อป้ายโฆษณาที่มีขนาดเล็กต่ำกว่า 60 ตารางเมตร
ปี 2538
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระเป็น 6,000,000 บาท
ปี 2537
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเป็น 3,000,000 บาท
  • นำเทคโนโลยีทางวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจสื่อป้ายโฆษณา ประเภท Billboard โดยดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างในรูปแบบ เสาเดี่ยว (Mono Pole) และเสาคู่ (Double Pole) แทนโครงสร้าง แบบถักใยแมงมุม (Steel Truss)
ปี 2536
  • นำเทคโนโลยีการขับเคลื่อนของอุปกรณ์เพื่อให้ 1 ป้ายโฆษณา สามารถแสดงภาพนิ่งได้ 3 ภาพ และกำหนดทิศทางการพลิกภาพได้ ตามต้องการ เช่น พลิกจากซ้ายไปขวาหรือจากบนมาล่างในสื่อ ป้ายโฆษณาประเภท Trivision ซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กตาม การใช้งานและสถานที่ติดตั้ง